Monday, February 20, 2012

ฟังความเห็นแก้ปัญหาจราจรสามแยกบางคู


เมื่อ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ห้องประชุมใบเรือ โรงแรมโบ๊ทลากูน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายเลิศ พัดฉวี รองผู้อำนวยสำนักงานทางหลวงกระบี่ (สุราษฎร์ธานี) เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2) การสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี) กับทางหลวงหมายเลข 402 (ทางเลี่ยงเมืองภูเก็ต) หรือบริเวณสามแยกบางคู ซึ่งกรมทางหลวงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบ บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัทคอนซัลแตนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด และบริษัท ที.พี.เอฟ.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นาย ธานินทร์ วิรัตน์พงษ์ วิศกรโยธาเชี่ยวชาญ ตัวแทนกรมทางหลวง กล่าวว่า หลังจากที่ได้เคยจัดให้มีการประชุมปฐมนิเทศโครงการไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2554 และมีการประชุมกลุ่มย่อยในพื้นที่ตามแนวเส้นทางของโครงการเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2554 ซึ่งเป็นการนำเสนอรูปแบบ หลักเกณฑ์และวิธีการในการคัดเลือก สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อนำเสนอผลการพิจารณาคัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสมและแนวทางการแก้ไขปัญหา จราจรบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง เช่น แยกเกาะแก้ว เป็นต้น รวมทั้งมาตรการเบื้องต้นในการจัดการกับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และรับฟังความคิดเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับรูปแบบที่ใช้ในการออกแบบรายละเอียด การแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณแยกเกาะแก้ว ตลอดจนแผนการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป ซึ่งกรมทางหลวงและที่ปรึกษาจะได้นำข้อคิดเห็นต่างๆ ไปพิจารณาประกอบในการออกแบบให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและทางวิชาการในลำดับต่อไป
"จาก การเสนอทางเลือกในการแก้ปัญหาของการรับฟังความคิดเห็นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งพิจารณาทางด้านวิศวกรรม ด้านการจราจร ด้านการลงทุน และด้านสิ่งแวดล้อม จำนวน 5 ทางเลือก ปรากฎว่า รูปแบบทางเลือกที่ 4 ซึ่งเป็นอุโมงค์ทางตรงลอดใต้ทางแยก (Through Under Pass) ได้คะแนนสูงสุด ซึ่งเป็นการกำหนดให้เส้นทางที่มีปริมาณจราจรมาก คือ เส้นทางเลี้ยวขวาจากสนามบินไปหาดป่าตองเป็นถนนระดับพื้น และตัดกระแสกับรถจากหาดป่าตองที่จะเลี้ยวขวาเข้าเมืองภูเก็ตที่มีปริมาณค่อน ข้างน้อยบริเวณนี้จะใช้สัญญาณไฟจราจรสำหรับรถเลี้ยวขวา และก่อสร้างอุโมงค์ตามแนวถนนเทพกระษัตรีเป็นอุโมงค์ลอดใต้ทางแยกขนาด 2 ช่องจราจร สำหรับจากเมืองภูเก็ตไปสนามบิน และรถบริเวณทางลงอุโมงค์ห้ามลงอุโมงค์ให้ไปยูเทิร์นบนหลังอุโมงค์ เพื่อกลับรถเข้าเมืองภูเก็ต หรือเลี้ยวซ้ายไปกลับรถบริเวณถนนเลี่ยงเมืองเพื่อไปสนามบิน ส่วนรถทางตรงจากสนามบินเข้าเมืองภูเก็ตให้วิ่งระดับพื้น ซึ่งทางบริษัทที่ปรึกษาจะได้นำไปออกแบบรายละเอียดในการก่อสร้างทางแยกต่าง ระดับต่อไป"
นาย ธานินทร์ กล่าวด้วยว่า บริเวณสามแยกบางคู เป็นสามแยกระดับดินที่เป็นจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี) กับทางเลี่ยงเมืองภูเก็ต และควบคุมการจราจรด้วยระบบสัญญาไฟบริเวณสามแยก ประกอบกับทางหลวงหมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี) เป็นถนนสายหลักเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต และทางเลี่ยงเมืองภูเก็ตเป็นเส้นทางที่จะไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่ นิยมของจังหวัดภูเก็ต เช่น หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน แหลมพรหมเทพ เป็นต้น ปริมาณการจราจรบริเวณทางแยกจึงสูงมาก และมีสภาพคับคั่ง โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องออกแบบจัดการบริเวณดังกล่าวให้สามารถรองรับ ปริมาณการจราจรในปัจจุบัน และที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับหลักวิชาการและ วิถีชีวิต รวมทั้งออกแบบจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้างเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อการจราจร และวิถีชีวิตน้อยที่สุด

Thursday, February 9, 2012

นิทานอีสป เรื่อง ชายเร่ร่อน

คลิ๊กที่ภาพ


เมื่อเดินทางมาถึงเมืองนั้น ชายเร่ร่อนก็เข้าไปในตลาดเพื่อ หาซื้อข้าวของ เเต่บังเอิญเขาถูกสุนัขในตลาดกัดที่น่องจน

เป็นเเผล "ท่านต้องเอาขนมปังชุบเลือดจากเเผล เเล้วนำไปให้สุนัขตัวนั้น กิน

เเผลของท่านจึงจะหายได้เเละไม่เป็นพิษ" พ่อค้าคนหนึ่งเเนะนำ เเต่ ชายเร่ร่อนยิ้มเเล้วกล่าวว่า "ถ้าทำเช่นนั้น

สุนัขทุกตัวในเมืองก็จะมากัดข้าเป็นเเน่ เพราะรู้ว่า

เมื่อกัดข้าเเล้วจะได้กินขนมปัง" 

นิทานเรื่องนี้ให้คติสอนใจ และสอนให้รู้ว่า ถ้าใช้เงินซื้อศัตรู มีเเต่จะได้ศัตรูมากขึ้นเรื่อยๆ





นิทานอีสป เรื่อง เมื่อสุนัขกัด

Sunday, February 5, 2012

ชาวภูเก็ตผู้รักและปกป้องสถาบัน 100 กว่าคน เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขประมวลอาญา


กลุ่มประชาชนชาวภูเก็ตผู้รักและปกป้องสถาบัน 100 กว่าคน เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขประมวลอาญามาตรา 112 เพื่อยุติการกระทำของกลุ่มนิติราษฎร์

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต กลุ่มประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตผู้รักและปกป้องสถาบัน จำนวน 100 กว่าคน เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขประมวลอาญามาตรา 112 ถึง รัฐบาล ผ่านทาง นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำโดย นายสมาน เกาะเหล็ก นายดอน ลิ้มนันท์พิสิษฐ์ นางสาว อาภารัตน์ ชาติชุติกำจร และกลุ่มประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต เพื่อร้องเรียนให้กลุ่มนิติราษฎร์และแนวร่วมยุติการล่ารายชื่อในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต โดยการถือป้ายโจมตีกลุ่มนิติราษฎร์ต่างๆ เช่น วรเจตน์ต่างจากคุณทองแดงอย่างไร ตอบด้วย, วรเจตน์ มีชื่อว่า “วรนุช” ,คณะนิติราษฎร์คือคณะที่มีอุดมการณ์เดียว คือเนรคุณ เป็นต้น
 นายดอน กล่าวว่า ตามที่กลุ่มนิติราษฎร์และกลุ่มแนวร่วมได้เสนอและแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนที่จะแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และเสนอให้แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งรวมทั้งหมวด 2 พระ มหากษัตริย์ด้วย ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ หมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ง่ายและหนักข้อมากขึ้น รวมถึงข้อเสนอให้พระมหากษัตริย์ต้องสาบานตนว่าจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและ พิทักษ์ไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ ก่อนเข้ารับตำแหน่ง โดยกล่าวอ้างถึงประมุขในระบอบประชาธิปไตยของต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อเสนอต่างไล้วนแล้วแต่สอดรับขบวนการล้มสถาบันที่ดำเนินการอยู่อย่าง ต่อเนื่องและเหิมเกริมขึ้นทุกวัน และพยายามลดฐานะ ลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ การกระทำดังกล่าวข้างต้น ไม่ใช่หนทางในการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ แต่ตรงกันข้ามกลับเป็นการทำลายความมั่งคงของราชอาณาจักร โดยทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ก่อนและเพิ่มความแตกแยกของคนในชาติให้มากขึ้น ไปอีก แทนที่กลุ่มดังกล่าวนี้ควรทำในสิ่งที่สำคัญกว่าคือการเสนอวิธีการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ของนักการเมืองไทยทุกระดับที่กำลังเป็นมะเร็งร้ายของประเทศนี้
นาย ดอน กล่าวอีกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์ได้ทรงพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ ว่า “ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ตลอดกว่า 60 ปี ที่ครองราชย์พระองค์ทรงดำรงในทศพิศราชธรรม ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการช่วยให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตมานับครั้งไม่ ถ้วน พระองค์จึงทรงเป็นดั่งศูนย์รวมใจและทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนของประชาชนไทย ทั่งทั้งแผ่นดิน จึงนำไปเปรียบกับประมุขของประเทศอื่นหาไม่ได้ ดังนั้น ทางกลุ่มประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตผู้รักและปกป้องสถาบัน จึงขอคัดค้านกลุ่มนิติราษฎร์และกลุ่มแนวร่วมต่างๆที่ร่วมกันเสนอจะแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  และกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 50 หมวด 2 พระ มหากษัตริย์ โดยให้ยุติการกระทำข้างต้นโดยทันที แต่ถ้าหากกลุ่มดังกล่าวยังไม่ยุติและมีการดำเนินการล่ารายชื่อในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต ทางกลุ่มประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตผู้รักและปกป้องสถาบันก็จะดำเนินการคัดค้าน และต่อต้านอย่างถึงที่สุด 
ด้าน นาย สมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่คนภูเก็ตได้ออกมาแสดงพลังปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเชื่อว่าทุกคนในภูเก็ตมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และวงศานุ วงศ์ หนังสือดังกล่าวทางจังหวัดภูเก็ตจะส่งด่วนไปยังกระทรวงมหาดไทย และส่งต่อไปยังรัฐบาล เพื่อที่ทางรัฐบาลจะได้นำเสนอไปยังฝ่ายนิติบัญญัติว่าการแก้ไขประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 112 นั้น คนภูเก็ตไม่เห็นด้วย

Tuesday, January 24, 2012

ชุดฉก.มท.เตรียมลุยรถป้ายดำและผู้มีอิทธิพล


นาย ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหารถป้ายดำที่ให้บริการผู้โดยสารตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนมายังจังหวัดเกี่ยวกับการรับส่งผู้โดยสารโดย เฉพาะกรณีที่ไม่ยอมให้รถต่างพื้นที่เข้าไปรับผู้โดยสารในพื้นที่ที่มีรถให้ บริการประจำถิ่นอยู่แล้ว มีการแย่งผู้ โดยสาร จนมีปัญหากระทบกระทั่งกันระหว่างผู้ขับขี่ถึงขั้นมีการข่มขู่ และทำร้ายร่างกาย รวมไปถึงการคิดอัตราค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรม และเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น ป่าตอง กะตะกะรน สาคู เป็นต้น ล่าสุดได้รับการประสานจากส่วนกลางว่ามีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ไปยังกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี แล้ว โดยทางกระทรวงมหาดไทยจะตั้งชุดเฉพาะกิจลงมาดูแลและแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเรื่องของกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆ ด้วย คาดว่ามีการลงพื้นที่มาประมาณเดือนกุมภาพันธ์นี้

“กับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นทาง จังหวัดเองไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ทำได้ยาก เพราะหากจะจัดการขั้นเด็ดขาดไปเลยก็จะมีการต่อต้าน และจะไปมีผลกระทบกับการท่องเที่ยวได้ และต้องยอมรับว่าปัญหาของแท็กซี่ป้ายดำนั้นเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกมานาน ไม่สามารถที่จะดำเนินการแก้ปัญหาทั้งระบบได้ในทันทีทันใด และต้องใช้เวลาพอสมควร รวมทั้งจะต้องอาศัยกำลังจากส่วนกลางเข้ามาช่วยอีกทางหนึ่งด้วย”
นาย ตรี กล่าวว่า การแก้ปัญหาในช่วงที่ผ่านมาทางจังหวัดโดยสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ให้บริการตามจุดต่างๆ พยายามจะนำรถบริการป้ายดำมาขึ้นทะเบียน เพื่อทำการเปลี่ยนรถป้ายดำให้เป็นรถป้ายเขียวโดยให้อยู่ในรูปของสหกรณ์ และมีจุดให้บริการที่ชัดเจน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที รวมถึงการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการให้บริการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสามารถตรวจสอบได้กรณีที่เกิด ปัญหาขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับในระดับหนึ่ง เป้าหมายต่อจากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นรถมิเตอร์ แต่ก็มีปัญหาในเรื่องระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการที่มีข้อกำหนดชัดเจนกรณี เปลี่ยนเป็นรถมิเตอร์ เช่น ขนาดของเครื่องยนต์ อายุของรถ เป็นต้น ทำให้เจ้าของรถบางรายไม่สามารถดำเนินการได้ และการจะซื้อรถใหม่ก็จะต้องใช้เงินลงทุนสูง ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงยังไม่ประสบผลและเป็นไปค่อนข้างล่าช้า 

เขียนโดย ยงยศ พฤกษารักษ์

Monday, November 21, 2011

รถกระบะแหกโค้งชนรถจยย.ตาย 1 เจ็บ 2 - บานปลายเป็นม๊อบชาวบ้าน



เมื่อ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 พ.ต.ท.วัชรินทร์ ฐิรัฐติกาลวิวัฒน์ สารวัตรเวรสภ.ท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ทำให้มีผู้เสียชีวิตคา ที่ 1 ราย และบาดเจ็บ อีก 2 ราย ขอให้เดินทางตรวจสอบด้วย หลังจากได้รับแจ้งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศล ธรรมภูเก็ต และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง
ที่ เกิดเหตุพบประชาชนจำนวนมากกำลังมุงดูเหตุการณ์ ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 85/3 ม.2 ต.ไม้ขาว พบกองเลือดกองใหญ่ไหลนองพื้น แต่ไม่พบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บทราบว่าเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมและพลเมือง ดีนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตก่อนหน้านี้แล้ว ใกล้กับพบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ขกจ - 771 เพชรบุรี จอดคว่ำอยู่ 1 คัน สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ห่างกันประมาณ 10 เมตร พบรถยนต์หมายยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก หมายเลขทะเบียน กน-841 ภูเก็ต จอดอยู่สภาพด้านหน้าพังยับเยิน และมีไฟติดอยู่ที่ประตูด้านข้างคนขับ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันดับไฟ ทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิต 1 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งรพ.ถลาง เพื่อให้แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาล
จาก การสอบสวนทราบว่า รถยนต์กระบะดังกล่าวได้ขับมาจากด่านตรวจท่าฉัตรไชย เพื่อขับเข้าไปในตัวเมืองภูเก็ต เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุฝนได้ตกโปรยปรายลงมาเล็กน้อย ทำให้รถเกิดเสียหลัก พุ่งชนรถจักรยนต์คนที่ผู้ตายขับมาอย่างจัง ทำให้ผู้ตายที่ขับซ้อนสามออกมาจากบ้านคอเอน ต.ไม้ขาว อย่าจัง ความเร็วของรถยังได้กระแทกรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว จนได้รับความเสียหายอีก 1 คัน ซึ่งจากการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านบ้านคอเอน และชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ต้องการให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาแก้ไขปัญหาบริเวณดัง กล่าวอย่าง ถาวร ซึ่งหากไม่มีการแก้ไขปัญหาเกรงว่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตเพิ่ม ขึ้น
ทำ ให้ชาวบ้านกว่า 300 คน ได้นำเต็นท์มากองปิดถนนบริเวณขาเข้าเมืองภูเก็ต ทำให้รถติดเป็นอัมพาตยาวเหยียด เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมารับฟังปัญหาและ ร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งการปิดถนนดังกล่าวทำท่าจะบานปลาย และอาจจะทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมาในเส้นทางดังกล่าวได้รับความ เดือดร้อน ผู้ชุมนุมยื่นขอเสนอต้องการคุยเสนอ ปัญหาผ่าน นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แต่ทราบว่า นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการฯภูเก็ต ติดรายการด่วน จึงให้นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จ.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางลงไปเจรจากับผู้ชุมนุม 
ซึ่ง กลุ่มผู้ชุมนุม ยื่นข้อเสนอ 1.ให้เจ้าหน้าที่นำแทงปูนมาปิดบล๊อคเส้นทางฝั่งขาเข้าเมืองตั้งแต่ยูเทินทร์ ก่อนถึงโค้งคอเอน จนถึงสถานที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน 2. ต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขเส้นทางดังกล่าวอย่างยั่งยืน ซึ่งเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเพิ่มขึ้น (โดยเฉพาะช่วงฝนตก) 3.ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับคนขับรถยนต์กระบะที่ทำให้เกิด อุบัติเหตุจนถึงที่สุด ซึ่งนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รับปากว่าจะดำเนินการตามข้อตกลงของกลุ่มผู้ชุมนุม และจะเรียกตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น แขวงการทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าประชุมเพื่อร่วมวางแผนในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมพอใจและแยกย้ายกันในที่สุด
ด้าน นายสมนึก พาที ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านคอเอน กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 10 ราย และบาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะในช่วงฝนตก ซึ่งการปิดถนนครั้งนี้ ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวต้องการให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม และแขวงการทางภูเก็ต เข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน เพราะหากไม่มีมีใครเข้ามาแก้ไขปัญหา ปัญหาก็ยังคาราคาซัง ก็จะทำให้อุบัติเหตุเกิดเพิ่มขึ้น ยอดผู้เสียชีวิต ก็เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเมืองภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวหากปล่อยให้อุบัติเหตุเกิดบ่อยครั้งและมียอดผู้เสีย ชีวิตสูงขึ้น ก็ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดได้ ซึ่งชาวบ้านบริเวณดังกล่าวไม่อยากเห็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้ว จึงได้รวมตัวกันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

เกิดเหตุชายหญิงคู่รักกระโดดสะพานท้าวเทพกระษัตรี ฆ่าตัวตายคาดสาเหตุเกิดจากความรักไม่สมหวัง.


       โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมาซึ่งมีชาวประมงรายหนึ่งที่หา
ปลาอยู่บริเวณนั้นได้ยินเสียงเหมือนคนตกน้ำจึงรีบขึ้นไปดูบนสะพานท้าวเทพกระษัตรีขาเข้าเมืองภูเก็ตพบรถเก๋ง
โตโยต้ายาริสสีขาว ทะเบียน กน.4423 ภูเก็ต จอดเปิดประตูอยู่แต่ไม่พบเจ้าของ จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่สถานี
ตำรวจท่าฉัตรไชย จากการสอบถามข้อมูลทราบว่าผู้ที่กระโดดสะพาน คือนางสาว ชนกพร เอี่ยมอักษร อายุ 27 ปี
ชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และนายรัฐพล สิทธิยานนท์ อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดตรังซึ่งทั้งสองเป็นคู่รักกัน
โดยเมื่อช่วงสายของวันที่ 28 ตุลาคมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชยพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมได้นำ
เรือยางออกตามหาร่างของทั้งสองคนแต่จนถึงขณะนี้ยังไร้ร่องรอยทั้งคู่
        และจากการสอบถาม นายชัยทัต  สิทธิยานนท์  อายุ 49 ปี บิดาของฝ่ายชาย ทราบว่าทั้งสองเป็นคู่รักที่คบหา
กันมาตั้งแต่ฝ่ายชายเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กระทั่งประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาทั้งคู่เริ่มมีปัญหาเรื่องการนอกใจ
กัน จึงอาจเป็นสาเหตุ ให้ตัดสินใจจบปัญหาลงด้วยวิธีการกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณ
ด่านฉัตรไชย บันทึกภาพของรถเก๋งที่ทั้งคู่นั่งมาด้วยกันขับออกจากภูเก็ตผ่านด่านท่าฉัตรไชยไปเมื่อเวลาประมาณ
13.00 น.ของวันที่ 27 ตุลาคมและไม่ได้เข้ามาในภูเก็ตอีกจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นและขณะที่เจ้าหน้าที่
กำลังออกค้นหาทั้งคู่อยู่นั้นญาติของทั้งสองฝ่ายก็มานั่งคอยอยู่บริเวณวัดท่าฉัตรไชยท่ามกลางความเศร้าโศกเสีย
ใจเป็นอย่างมาก.

Tuesday, November 15, 2011

เก๋ง BMW เสียหลักชนรถกระบะ-ร้านก๋วยเตี๋ยวกลางเมืองภูเก็ต

ศูนย์ข่าวภูเก็ต-เก๋ง BMW พุ่งชนรถยนต์กระบะ ร้านก๋วยเตี๋ยว หน้าร้านหนึ่งยานยนต์เสียหายยับ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวและลูกจ้าง ด้านเจ้าของร้านหนึ่งยานยนต์ เผยมีอุบัติเหตุรถยนต์เคยพุ่งเข้าชนร้าน และเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนนหน้าร้านมาแล้วกว่า 10 ครั้ง แล้ว และเคยร้องเรียนหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ปัญหาถนน แต่ได้รับคำตอบไม่มีงบมาดำเนินการ
 

       
       เมื่อเวลาประมาณ 01.48 น.วันนี้ ( 15 พ.ย.)ทีบริเวณหน้าร้านหนึ่งยานยนต์ ถนนเทพกระษัตรี ฝั่งขาออกเมืองภูเก็ต หมู่ 3 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง BMW สีบรอนซ์ ทะเบียน กค 4175 ภูเก็ต เสียหลังพุ่งชนรถยนต์กระบะโตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน บจ 615 ภูเก็ต ซึ่งจอดอยู่อยู่ริมขอบถนนเสียหาย ก่อนรถ BMW พุ่งเข้าชนร้านขายก๋วยเตี๋ยว ร้านหนึ่งยานยนต์ และเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าร้านหนึ่งยานยนต์ ได้รับความเสียหายพังยับเยิน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว จำนวน 2 ราย เป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว คือ นายอนันต์ อิดนิ่ง อายุ 35 ปี และผู้ช่วยภายในร้านเป็นชาย
       
       นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ของรถยนต์เก๋ง BMW ซึ่งห่างกันไม่กี่นาที ณ สถานที่เกิดเหตุเดียวกัน ก็ได้มีหญิงสาวซึ่งขับรถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูง เสียหลักล้มครูดไปกับพื้นถนนเทพกระษัตรี เป็นระยะทางยาวร่วม 10 เมตร ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายหลายจุด
       
       หลังเกิดเหตุ ร.ต.ท.อนิรุทธิ์ พัฒนานิวัฒน์ ร้อยเวร สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าตำรวจเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตในทันที พร้อมเชิญตัวคนขับรถ BNW ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต
       
       อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามจากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า รถยนต์เก๋ง BMW ได้ขับมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเสียหลักพุ่งเข้าชนรถยนต์กระบะโตโยต้า ของเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่จอดอยู่ข้างทาง และพุ่งเข้าชนร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านหนึ่งยานยนต์ แล้วไปอัดก๊อปปี้อยู่กับเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าร้านหนึ่งยานยนต์ สภาพรถพังเสียหายยับเยิน แต่คนขับกลับไม่ได้รับบาดเจ็บ
       
       ส่วนเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวและลูกจ้าง ที่กำลังเก็บขอเห็นรถเสียหลักพุ่งเข้ามาพยายามที่จะกระโดดหลบแต่ไม่พ้น โชคดีที่มีรถเข็ญบังอยู่ทำให้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนข้าวของต่างๆ ก็ได้รับความเสียหาย
       
       ด้านนางเยาวนิตย์ ศักดิ์ศรีสุวรรณ เจ้าของร้านหนึ่งยานยนต์ กล่าวว่า บริเวณถนนเทพกระษัตรี หน้าร้านหนึ่งยานยนต์ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งเนื่องจากสภาพถนนที่มีปัญหา ซึ่งมีทั้งรถยนต์พุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้า บนเกาะกลางถนน และพุ่งเข้าชนร้านหนึ่งยานยนต์ ซึ่งมีเหตุเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 10 ครั้งแล้ว
       
       ส่วนใหญ่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นในช่วงดึก ซึ่งเป็นช่วงที่ถนนว่าง รถที่วิ่งมาก็วิ่งมาด้วยความเร็วสูง และทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ ถึงแม้ว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ก็ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอื่น และมีข้าวของเสียหายอย่างมาก ก่อนหน้านี้มีเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวอีกรายก็เคยถูกรถเสียงหลักพุ่งชนมาแล้วซึ่งภรรยาเจ้าของร้านได้รับบาดเจ็บสาหัส
       
       นางเยาวนิตย์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้หลายครั้งตนได้แจ้งไปทางหน่วยงานเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นแขวงการทาง ทางหลวงฯ ซึ่งในส่วนของแขวงการทางก็ได้ลงมาดูพื้นที่ครั้งหนึ่งแล้ว และทางตนก็ได้ขอให้มีการทำลูกระนาดเพื่อชะลอความเร็วของรถ แต่กลับได้รับคำตอบว่าไม่มีงบประมาณ แล้วยังโยนกันไปโยนกันมา
       
       อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตนจะเข้ายื่นหนังสือกับทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เพื่อประสานไปทางหน่วยงานเกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ถ้ายังไม่มีความคืบหน้าก็จะขอเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพราะถ้าปล่อยให้เป็นอยู่แบบนี้ เกรงว่าอาจจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้