Sunday, September 18, 2011

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกว่า 70 นาย เข้ารื้อร้านอาหารสร้างบุกรุกชายหาดกะรน


 ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจกว่า 70 นาย เข้ารื้อร้านอาหารสร้างบุกรุกชายหาดกะรน

วันนี้ (18 ก.ย.54) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดฯ นายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกะรน และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจประมาณ 70 นาย พร้อมด้วยรถแบ็คโฮเข้ารื้อร้านค้าที่สร้างอยู่บนชายหาดกะรน บริเวณหน้าโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีช รีสอร์ท ภูเก็ต ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต จำนวน 3 ร้าน มีลักษณะเป็นเพิงขายอาหาร พื้นที่ปรุงอาหารและห้องสุขา ซึ่งเป็นอาคารถาวรและเต็นท์ 10 หลัง โดย มีผู้เจ้าของร้านมายืนดูด้วยความไม่พอใจ เนื่องจากไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรฉลอง ได้เชิญตัวผู้ที่แสดงตนเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สถานีตำรวจภูธรฉลองด้วยโดยมีชาวบ้านตามไปให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง

นาย ตรี กล่าวว่า การรื้อร้านค้าบุกรุกชายหาดในครั้งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนและนักท่อง เที่ยวร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่เป็นระเบียบร้อยและมีการปลูกสร้างอาคาร ต่างๆ ทั้งร้านอาหารห้องน้ำ บริเวณชายหาดกะรนและชายหาดอื่นๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และมีคำสั่งให้ทางจังหวัดดำเนินการจัดระเบียบชายหาดภายใน 7 วัน

กรณี ของหาดกะรนนั้นในช่วงที่ผ่านมาทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งความดำเนิน คดีกับผู้ที่ไปปลูกสิ่งปลูกสร้างบนชายหาดแล้วและได้มีการประชุมหาเพื่อหา ทางออกร่วมกันไปแล้วหลายครั้ง เพื่อให้ผู้บุกรุกดำเนินการรื้อถอนและย้ายไปอยู่ในที่ที่ทางเทศบาลตำบลกะรน จัดให้

แต่ปรากฏว่า ผู้เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างไม่ยินยอมรื้อถอน และมีการก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นลักษณะอาคารถาวร ทางจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเข้าดำเนินการรื้อถอน ซึ่งเป็นไปตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 44 พ.ร.บ.ลักษณะการปกครองท้องที่มาตรา 122 โดยมีการรื้อถอนเต็นท์ 10 หลัง ห้องน้ำที่สร้างบนชายหาด และห้องครัวสำหรับทำอาหาร ซึ่งของกลางทั้งหมดนำไปเก็บไว้ที่สถานีตำรวจฉลอง

 "การ ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในครั้งนี้ดำเนินการด้วยความละมุนละม่อมแม้ ว่าจะมีการต่อต้านของกลุ่มชาวบ้านบ้าง และขณะนี้ในส่วนของชาวบ้านที่สร้างอาคารบนชายหาดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ ตัวไปไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธรฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ตแล้ว"

นาย ตรี กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดระเบียบชายหาดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้นไม่ได้ดำเนินการเฉพาะ ที่หาดกะรนเท่านั้นแต่ได้มีการดำเนินการไปแล้วที่หาดในหาน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการจัดระเบียบเช่นกัน ส่วนชายหาดอื่นๆก็จะมีการดำเนินการต่อไปและยืนยันว่าการจัดระเบียบชายหาด นั้นจะดำเนินการทั้งจังหวัด

ผู้จัดการออนไลน์



นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

Wednesday, September 7, 2011

ครม.ยืนยันให้งบสร้างศูนย์ประชุมภูเก็ต - วันพุธ ที่ 28 เมษายน 2553





นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ จ.ภูเก็ต ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติ จ.ภูเก็ต ที่บริเวณที่ราชพัสดุ แปลงท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ รับผิดชอบโดยกรมธนารักษ์ ว่า รัฐบาลได้เห็นชอบงบประมาณในการก่อสร้างไปแล้วจำนวนประมาณ2,600 ล้านบาท ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งระยะที่ 2และในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 27 เมษายน 53 ที่ผ่านมา ได้มีการเสนอขอเลื่อนระยะเวลาในการขอเบิกจ่ายงบประมาณออกไปจนถึงสิ้นปี เนื่องจากจะต้องมีการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร

ในส่วนของรูปแบบของศูนย์ประชุมฯ นั้นอยากเป็นรูปแบบที่เป็นเวิร์คคลาสอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงได้งมอบนโยบายไปแล้วชัดเจนว่าจะต้องมีการเปิดประมูลให้มีผู้ที่เสนอแบบทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้ได้รูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุด สามารถตอบสนองการใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เพื่อเสริมศักยภาพของเมืองท่องเที่ยวในแถบนี้ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาเคยเห็นแบบที่ออกมาซึ่งบางแบบที่มีการนำเสนอมานั้นมีลักษณะเหมือนกับศูนย์ราชการทั่วไป นายกรณ์กล่าว

พมธ.ภูเก็ตยื่นแถลงการณ์ถึง ผบ.กองเรือภาค 3 - วันพฤหัสบดี ที่ 29 เมษายน 2553


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 เมษายน 2553 ที่บริเวณหน้ากองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ต.อ่าวมะขาม อ.เมือง จ.ภูเก็ต กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.ภูเก็ต จำนวนประมาณ 200 คน นำโดย น.ส.อาภารัตน์ ชุติกำจรพร้อมด้วยแผ่นป้ายข้อความต่างๆ เช่น พ่อหลวงทรงเหนื่อยมามากพอแล้ว..ขอให้ทหารเรือลุกขึ้นมาปราบกบฎ, เพื่อไทยเก่งจริง สั่งม็อบหยุดสิอย่าดีแต่เห่า,ปัญหาของชาติอย่าให้คนขลาดกำหนดชะตากรรม, เป็นผู้นำอ่อนโยนได้แต่อย่าอ่อนแอ, รีบปฎิบัติการก่อนทหารจะถูกหยามเกียรติ, พลีชีพอีก 1ทหารไทย มันผู้ใดจะรับผิดชอบ เป็นต้น เพื่อยื่นแถลงการณ์ข้อเรียกร้องต่อ พล.ร.ท.ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ เพื่อขอให้เร่งดำเนินการจัดการกับกลุ่มก่อการร้าย ขบวนการล้มเจ้าและภัยความมั่นคงของประเทศ โดยมีนาวาเอกสุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ เป็นตัวแทนรับมอบ

ทั้งนี้สำหรับแถลงการณ์ดังกล่าว ได้เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศจุดยืนนโยบายและกรอบปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมต่อการเอาผิดการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและการจัดการกลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศจะต้องชี้แจงต่อสาธารณะให้เห็นถึงมาตรการและแนวทางที่ชัดเจนต่อการกอบกู้วิกฤติการณ์ของบ้านเมืองในขณะนี้ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีทราบดีว่าวิกฤตในขณะนี้เป็นวิกฤตความมั่นคงของประเทศ ซึ่งต้องใช้มาตรการทางการทหารและเป็นการยากที่จะแก้ด้วยวิถีทางการเมืองปกติ ซึ่ง ผบ.ทบ.ก็กล่าวยอมรับในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย ว่าพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลทุกประการ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้ประกาศมาตรการที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการกับกลุ่มกลุ่มการร้ายอย่างไร สร้างความสับสนให้กับประชาชน จนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ แม้นายกรัฐมนตรีจะได้มอบอำนาจให้กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. รับผิดชอบศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการควบคุมสถานการณ์ก็ตาม แต่ทุกอย่างยังคงคลุมเคลือไม่รู้ว่าใครมีอำนาจสูงสุดเด็ดขาดในการสั่งการและจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในขณะนี้

ขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในจังหวัดที่มีพื้นที่สุ่มเสี่ยงและมีการสถาปนาอำนาจรัฐเถื่อนซ้อนอำนาจรัฐไทย และเพื่อให้มาตรการในการกอบกู้สถานการณ์บ้านเมืองเท่าทันและมีประสิทธิภาพ รัฐบาล และกองทัพจะต้องใช้มาตรการทางทหารโดยการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ที่จำเป็นเร่งด่วนเพื่อยุติการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย การจัดการกับกลุ่มก่อการร้าย ขบวนการล้มเจ้า และการพยายามสถาปนาอำนารัฐเถื่อนโดยเร็ว

รวมทั้งขอเรียกร้องให้บรรดาทหารหาญทุกเหล่าทัพทุกหน่วยทุกค่าย และทุกสังกัดได้ตื่นตัวและตระหนักในขบวนการล้มเจ้า ขบวนการก่อการร้าย และการสถาปนาอำนาจรัฐเถื่อนที่ขยายตัวไปตามจังหวัดต่างๆ ทั้งนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั่วประเทศ พร้อมร่วมเป็นพลเมืองอาสาปกป้องชาติและราชบัลลังก์ร่วมกับบรรดาทหารหาญให้สังคมไทยปลอดจากอำนาจรัฐเถื่อนและนำความสงบ สันติสุขกลับคืนสู่สังคมไทยโดยเร็ว


“หมอตุลย์”ร่วมร้องเพลงชาติกับชาวภูเก็ต - วันศุกร์ ที่ 7 พฤษภาคม 2553



 ที่บริเวณปลายแหลมสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ผู้ประสานงานเครือข่ายจุฬาฯ เชิดชูคุณธรรมนำประชาธิปไตย (จคป.) พร้อมด้วยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดภูเก็ตจังหวัดภูเก็ตประมาณ 200 คน ได้ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย ในโอกาสร่วมเวที รวมพลังพิทักษ์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ซึ่งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดภูเก็ต หลังจากร้องเพลงชาติจบลง ก็ได้เปิดเวทีปราศรัย พร้อมทั้งแกนนำพันธมิตรประชาชน 16 จังหวัดภาคใต้ได้ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยด้วย

ทั้งนี้นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ได้กล่าวถึงโรดแม๊ป ข้อของนายกรัฐมนตรี ว่า การยุบสภาในเวลาอันรวดเร็วภายใต้แรงกดดันของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม โรดแม๊ป ข้อที่นายกรัฐมนตรีเสนอเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและประชาชนที่จะต้องร่วมกันดำเนินการให้สำเร็จ แต่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ อายุสภาอยู่ที่หนึ่งปีเก้าเดือน

อยากให้นายกฯ รัฐบาล ประชาชน ข้าราชการ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แม้แต่เรื่องของคนที่ทำลายล้างและจาบจวงสถาบัน ลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคม ความยากจน สื่อที่เสนอข่าวบิดเบียน และสุดท้ายต้องแก้ไขกฎหมาย และสิ่งที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอมาทั้ง ข้อนั้นล้วนแต่เป็นประโยชน์ของนักการเมืองทั้งสิ้น และที่บ้านเมืองเป็นอยู่แบบนี้เกิดจากนักการเมืองที่ทุจริต จึงอยากเห็นนายกฯเสนอแนวทางการป้องกันการเลือกตั้งที่ทุจริต และต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ การลงโทษทางการเมือง เป็นต้น การเมืองก็ใส่สะอาดขึ้น หากทำได้บ้านเมืองก็จะใสสะอาด

กรณีที่รัฐบาลกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาระบุให้นายกรัฐมนตรีกำหนดวันยุบสภานั้น นพ.ตุลย์ กล่าวว่า คนกลุ่มนี้ขาดความชอบธรรมที่จะมากำหนดอะไร เพราะคนที่ทำผิดกฎหมายไม่มีสิทธิ์ที่จะเสนออะไรทั้งสิ้น การเสนอยุบสภาเพียงต้องการได้อำนาจคืนมาเท่านั้น เพื่อถ่ายโทษให้ทักษิณเท่านั้น ไม่อยากให้นายกฯทำตามความต้องการของคนที่ทำผิดกฎหมาย


Thursday, August 18, 2011

ตำรวจภูเก็ตรวบชาวอเมริกัน เปิดบริษัทอสังหาฯตุ๋นชาวคนชาติเดียวกัน


ตรวจคนเข้าเมือง ภูเก็ตรวบชาวอเมริกันเปิดบริษัทอสังหาฯตุ๋นชาวคนชาติเดียวกันให้ลงทุนเสีย หายกว่า 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังกองการต่างประเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งประสานติดตามจับเป็นบุคคลมี หมายจับของทางการสหรัฐฯ

วันนี้ (18 ส.ค.) ที่กองกำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจ.ภูเก็ต พ.ต.อ.ภานุวัฒน์ ร่วมรักษ์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกันแถลงข่าวการควบคุมตัวนาย โจแจอร์ เอ มิลเลอร์ ( Mr.Roger A Miller) อายุ 59 ปี สัญชาติอเมริกันว่า เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2554 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ได้รับการประสานจากกองการต่างประเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบและดำเนินการจับกุมตัวนายโจเจอร์ เอ มิลเลอร์ ตามหมายจับศาลรัฐฟอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ออกเมื่อเดือน ธ.ค.2553 เนื่องจากนายโรเจอร์ฯ มีพฤติกรรมฉ้อโกง โดยระหว่างปี ค.ศ.2006-2009 นายโรเจอร์ได้เปิดบริษัททำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ RAMA LAMA และเสนอให้มีผู้ลงทุน หรือซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

โดย ให้ผลตอบแทนสูง แต่เมื่อมีผู้ลงทุนกลับไม่ได้รับสินค้าหรือผลตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งมีผู้ได้รับความเสียหายกว่า 10 ราย มูลค่า 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยผู้ที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริการ และแคนาดา

 หลัง จากได้รับการประสาน ทางตรวจค้นเข้าเมืองภูเก็ตได้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกของนาย โรเจอร์ ฯ พบว่า เดินทางเข้าประเทศไทยครั้งสุดท้ายเมื่องเดือน ก.พ. 2552 ได้รับการลงตราประเภท ผ.30 และต่อมาได้ยื่นคำร้องของอยู่ในราชอนาจักรประเภท Retirement ได้รับอนุญาตให้อยู่ประเทศไทยถึงวันที่ 8 ก.ค.2555 จึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตอยู่ในราชอนาจักรเนื่องจากมีพฤติกรรมที่น่า เชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคม หรือเป็นอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนตามพรบ.คนเข้าเมือง เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2554

โดยในวันเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ชุด จับกุมของตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตได้ออกสืบสวนจนพบว่านายโรเจอร์ อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 94/23 บ้านเก็ตโฮ่ ต.ทุ่งทอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จังได้กักตัวไว้ตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พร้อมประสานกับทางสถานทูตอเมริกา เพื่อผลักดันส่งกลับและดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐอเริกาต่อไป โดยในวันนี้จะส่งตัวนายโรเจอร์ ไปกักตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ ซอยสวนพลู กรุงเทพฯต่อไป

ผู้จัดการออนไลน์


พ.ต.อ. ภานุวัฒน์ ร่วมรักษ์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกันแถลงข่าวการควบคุมตัวนาย โจแจอร์ เอ มิลเลอร์ ( Mr.Roger A Miller) อายุ 59 ปี สัญชาติอเมริกัน

Thursday, August 11, 2011

อบต.กมลาปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ บนเขาเก็ตหนี


เมื่อ วันที่ 9 สิงหาคม 2554 ที่บริเวณเทือกเขาเก็ตหนี ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการหนึ่งคน หนึ่งต้น หนึ่งฝน เพื่อปวงชนชาวไทย “ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ” ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา (อบต.กมลา) จัดขึ้น โดยมีนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต, นายจุฑา ดุมลักษณ์ นายก อบต.กมลา ตลอดจนหน่วยต่างๆ ทั้งภาคส่วนราชการ และภาคเอกชน รวมถึงผู้นำท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม
โดย จัดให้มีการปลูกต้นไม้และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืดลงในอ่างน้ำเก็ตหนี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเป็นการปลูกป่าและฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้มีสภาพสมบูรณ์ ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในจังหวัดภูเก็ต โดยให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้ร่วมมือร่วมใจกันปลูกป่า และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
นาย จุฑา ดุมลักษณ์ นายก อบต.กมลา กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้ อยู่ในขั้นวิกฤตและส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ดังนั้น การป้องกันรักษาทรัพยากรป่าไม้ที่เหลือให้คงอยู่และให้ได้รับการฟื้นฟูให้ คืนความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้เกิดขึ้นแก่เยาวชน และประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ตำบลกมลา

สลด ขับรถหรู ตกบึงน้ำตาย กลางหมู่บ้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์


 
เมื่อ วันที่ 9 สิงหาคม 54 ร.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง ร้อยเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งจากพนักงานรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้านแลนด์แอนด์เฮ้า ว่า มีรถยนต์ แหกโค้งตกลงในสระน้ำกลางหมู่บ้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ม.8 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังจากได้รับแจ้งก็ได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.พาชัย มัธยันต์ สวป.สภ.ฉลอง เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย
ที่เกิดเหตุ เป็นหมู่บ้านชื่อดัง โดยบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่ภายในหมู่บ้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์ กลางบึงน้ำพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน กธ- 9374 ภูเก็ต คว่ำหงายท้องอยู่ในบึงน้ำดังกล่าวพบชาวบ้านและพนักงานรักษาความปลอดภัย กำลังลงไปช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ภายในรถ จำนวน 2 คน โดยคนแรกเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือให้ออกจากตัวรถได้ และได้พยายามช่วยชีวิตโดยการปั้มหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบทราบชื่อคือ นางสาวโกดีนสกา ลิเลีย อายุ 36 ปี สัญชาติยูเครน ส่วนอีกคนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยเหลือออกมาได้ ต้องใช้รถบรรทุกลากให้รถที่อยู่ในบึงเข้ามาใกล้ฝั่ง เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าทำการช่วยเหลือ แต่แล้วก็สายเกินไป ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน จากการตรวจสอบทราบชื่อนางเอลีน่า เอฟซีว่า อายุ 39 ปี สัญชาติรัสเซีย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบบริเวณทางเท้า และต้นไม้ข้างถนนได้รับความเสียหาย คาดว่าจะถูกรถยนต์คันดังกล่าวชนได้รับความเสียหาย จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดทำบันทึกสถานที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะมอบศพผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งรพ.วชิระ เพื่อให้แพทย์เวรได้ทำการชันสูตรโดยละเอียดต่อไป
จาก การสอบสวนก็ทราบว่า นางเอลีน่า เอฟซีว่า อายุ 39 ปี ทำธุรกิจเปิดบริษัททัวร์รัสเซีย อยู่ที่ตำบลกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต และเปิดร้านจำหน่ายอาหารซีฟู้ด อยู่ที่ บ้านบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จนมีฐานะร่ำรวย โดยซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร โดยในช่วงเช้าของวันที่ 9 ส.ค.นี้ นางเอลีน่า ได้เดินทางไปทำใบขับขี่รถยนต์ที่ขนส่งจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นความฝันของผู้ตายว่า มาอยู่เมืองไทยแล้วต้องสอบใบขับขี่รถยนต์ในประเทศไทยให้ได้ และก็สามารถสอบออกใบขับขี่รถยนต์ได้ดังใจหวัง
หลังจากกลับ จากการทำใบขับขี่ ผู้ตายก็ได้โทรศัพท์ไปบอกนางสาวโกดีนสกา เพื่อนสาวที่ทำงานอยู่ฝ่ายการตลาดบริษัท ภูเก็ต สเน็คโชว์ จำกัด ม.5 ต.ฉลอง และได้นัดหมายกันเพื่อฉลองความสำเร็จในการทำใบขับขี่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังเป็นการเลี้ยงฉลองที่นางเอลีน่า เตรียมจะเดินทางไปเที่ยวช๊อปปิ้งที่ประเทศสิงค์โปร์กับเพื่อนสาวชาวไทย ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้เป็นครั้งแรกของผู้ตาย และจะเดินทางในวันที่ 10 สิงหาคม 54 จนกระทั่งเวลานัดหมายนางสาวโกดีนสกา ก็ได้เดินทางมาหานางเอลีน่า ที่บ้านพักในหมู่บ้านดังกล่าว จากนั้นทั้งคู่ก็ขับรถยนต์คันดังกล่าวออกไปฉลองกัน โดยมีนางเอลีน่า เป็นคนขับ และนางสาวโกดีนสกา นั่งด้านข้างคนขับ จนกระทั่งถึงเวลากลับบ้าน ทั้งคู่ก็ได้เดินทางกลับเข้าหมู่บ้าน และถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 100 เมตร รถเกิดเสียหลัก ปีนทางเท้า และชนต้นไม้ข้างถนน แล้วรถก็ได้พุ่งลงไปในบึงน้ำกลางหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัยที่เห็นเหตุการณ์พยามยามเข้าไปช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ จนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว
ใน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะเหยียบเบรก แต่ด้วยความไม่ชำนาญ กลับไปเหยียบผิดกลับไปเหยียบคันเร่ง ทำให้รถพุ่งชนทางเท้า และต้นหมาก ก่อนที่รถจะพลิกคว่ำลงไปในบึง หรือในระหว่างที่ขับรถอยู่นั้น สิ่งของของผู้ตายตกลงบนพื้นที่ และผู้ตายก็ได้ก้มลงหยิบ ทำให้รถเสียหลักพุ่งตกคลองจนทำให้เสียชีวิตทั้งคู่